เมื่อเวลาผ่านมาช่วงนึง ได้ทดลองทำงานในสถานที่ต่างๆ จึงอยากมาเล่าประสบการณ์การทำงาน หรือการปรับตัวให้กับน้องๆนักศึกษาที่เพิ่งจบหรือกำลังจะจบ อย่างแรกเลยที่ทุกคนจะต้องเจอกับการทำงานที่แรกคือ ความกดดันที่มีเข้ามาไม่ว่าจะจากเจ้านาย หรือจากตัวเองเพราะอย่างน้อยการเรียนกับการทำงานมันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าจะด้วยความรับผิดชอบ หรือจะเป็นหน้าที่ ที่ต้องรับผิดชอบ อย่างน้อยก็ควรเตรียมตัวที่จะพบกับการที่ว่าไม่มีใครบังคับให้คุณทำงาน เหมือนตอนที่บังคับให้คุณเรียน แต่เค้าก็ไม่จ้างคุณไว้ถ้าคุณทำงานให้เขาไม่ได้ เรื่องความกดดันมันแน่นอน เพราะเราต้องเริ่มเรียนรู้ระบบใหม่ๆ ซึ่งเอาง่ายๆเลย คุณไปสาขาไหนคุณก็ต้องเรียนรู้ถาคุณยังปรับตัวไม่ได้หรือเรียนรู้อะไรใหม่ๆไม่ได้ ก็ยากครับที่จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มันไม่ได้ท่องตำราไปสอบ พอสอบเสร็จก็คืนอาจารย์ไปหมดเหมือนตอนเรียนหรอกนะครับ แต่เมื่อส่งงานเสร็จ คุณต้องระลึกไว้ด้วยว่า อาจจะเป็นคุณเองนี่แหละที่ต้องแก้งานของคุณ ในตอนที่ลูกค้าต้องการระบบใหม่ๆ เพราะฉะนั้นอย่าทำงานแบบขอไปที ทำอะไรก็ให้มีระบบระเบียบแบบแผน มีขึ้นมีตอนไว้หน่อย เดี๋ยวต้องมานั่งรำลึกว่าเราทำอะไรไปบ้างมันไม่สนุกหรอกครับเมื่อลูกค้าบอกแล้วต้องการในอีกไม่กี่ชั่วโมง เดี๋ยวจะซวยยกก๊วน โดยไม่ต้องกินโออิชิ
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ thinking แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ thinking แสดงบทความทั้งหมด
07 ตุลาคม 2552
24 กันยายน 2552
เริ่มโจทย์การละเล่นครั้งแรก "..แสงไฟยามค่ำคืน.."
โดยวิธีส่งก็จะเป็นการ post ลงใน http://twitpic.com แล้วก็เอามาแลกเปลี่ยนกันดู ผมว่ามันน่าจะสนุกดีนะ แล้วได้แลกเปลี่ยนมุมมอง และได้ดูมุมการถ่ายภาพของคนอื่นด้วย ถ้ามองในแง่ดีก็เป็นการฝึกฝีมือการถ่ายภาพกันนะครับ
ตอนนี้คนที่ร่วมเล่นก็จะมี @rawitat @rujji @nuboat @zyracuze (แหม มี user twitter กันทุกคนเลย >.<)
เดี๋ยวเมื่อทุกคนทำการส่งผลงานแล้วผมจะขออนุญาต นำ link มาแปะเพื่อให้ได้ชมกันนะครับ
ตามที่บอกครับเอารูปมาให้ได้ชมกันในผลงานการละเล่นครั้งแรก
ภาพนี้ถ่ายโดย @nuboat ครับ
ภาพต่อมาถ่ายโดย @zyracuze
อันนี้เป็นของ @rawitat
อันนี้เป็นของ @ultra7girl
และสุดท้ายของกระผมเองครับ @rujji
ตามที่บอกครับเอารูปมาให้ได้ชมกันในผลงานการละเล่นครั้งแรก
ภาพนี้ถ่ายโดย @nuboat ครับ
ภาพต่อมาถ่ายโดย @zyracuze
อันนี้เป็นของ @rawitat
อันนี้เป็นของ @ultra7girl
และสุดท้ายของกระผมเองครับ @rujji
17 กันยายน 2552
15ข้อที่ programmer ควรมี

2.ทำสิ่งธรรมดาให้ง่าย ทำสิ่งยากให้เป็นไปได้
3.จงโปรแกรมโดยนึกว่าจะมีคนมาทำต่ออย่างแน่นอน
4.ระเบียบ กฏข้อบังคับ เชื่อมั่นไม่ได้แล้ว ถ้ามีเพียงหนึ่งโมดูลไม่ปฏิบัติตาม
5.ตัดสินใจให้ดีระหว่างความชัดเจน(clearance) กับ การขยายได้(extensibility)
6.อย่าเชื่อมั่น output จากโมดูลอื่น ถึงแม้เราจะเป็นคนเขียนเอง
7.ถ้าคนเขียนยังเข้าใจได้ยาก แล้วคนอ่านจะเข้าใจได้ยากกว่าแค่ไหน
8.ค้นหาข้อมูลสามวันแล้วทำหนึ่งวัน หรือจะทำสามวันแล้วแก้บั๊กตลอดไป
9.จงสร้างเครื่องมือ ก่อนทำงาน
10.อย่าโทษโมดูลอื่นก่อน โดยเฉพาะถ้าโมดูลอื่นเป็น OS และ Compiler
11.พยายามทำตามกฏ แต่ถ้ามีข้อยกเว้น ต้องมีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แล้วประกาศและตะโกนให้ดังที่สุด
12.High cohesion Loose coupling. (ยึดเกาะให้สูงสุดในโมดูล และ เกาะเกี่ยวกับโมดูลอื่นให้น้อยที่สุด)
13.ให้สิ่งที่เกี่ยวข้องกันยิ่งมากอยู่ไกล้กันมากที่สุด
14.อย่าเชื่อโดยไม่พิสูจน์
15.อย่าลองทำแล้วคอมไพล์ดู ถ้าเราไม่ได้คาดหวังผลลัพธ์
มันเป็นข้อความที่เคยอ่านเจอเมื่อนานมากแล้วและมีความรู้สึกว่าโดน มันใช่ เลยนำกลับมาเผยแพร่อีกรอบ ซึ่งผมก็จำไม่ได้แล้วว่าไปเจอมาจากไป ยังไงขอยกเครดิตให้คนที่คิดเรื่องพวกนี้มาทำให้รู้ว่า อย่างน้อยมันก็เป็นอาชีพที่มีคนสนใจ
Labels:
แง่คิด,
หลักการ,
Computer,
Programmer,
thinking
16 กันยายน 2552
ศัพท์คอมพิวเตอร์ (Dictionary ประเทศไหนแปลหว่า)
คอมพิวเตอร์(Computer) หมายถึง เครื่องทรมานชนิดหนึ่ง คอมพิวเตอร์เครื่องแรกประดิษฐ์ขึ้นโดย โรเจอร์ บิลลิงส์ลีย์ นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือทรมานจอมเผด็จการฮิตเลอร์ โรเจอร์เสแสร้งเป็นพันธมิตรเยอรมันและมอบสิ่งประดิษฐ์ของเขาเป็นของขวัญให้ จอมเผด็จการ แผนได้ผลในวันที่8 เมษายน1945 ฮิตเลอร์ อารมณ์เสียอย่างหนักเมื่อเจอไวรัสกินฐานข้อมูลเสียหายยับเยินจนทำให้เยอรมันแพ้ หมดรูป ฮิตเลอร์ตัดสินใจฆ่าตัวตายหลังสงครามโลก
ฮารด์แวร์ (Hardware) คืออุปกรณ์ทุกส่วนของคอมพิวเตอร์ที่สร้างมาให้ยากต่อการใช้ (Hard) กระด้าง (Hard) ปราศจากน้ำใจ (Hard) อึด ทนต่อความรุนแรง (Hard) จึงสามารถทุบตีตบเตะได้ตามใจปรารถนา
หน่วยประมวลผลกลาง (CPU) คืออุปกรณ์ทำหน้าที่บวก ลบ คูณ หาร หรือ คิดเมื่อได้รับคำสั่ง ความเร็วในการคิดขึ้นกับชิพ หรือสัตว์ที่ใช้ขับเคลื่อน รุ่น 386 เคลื่อนด้วยหอยทาก รุ่น 486เคลื่อนด้วยหนอน และรุ่น 586 ใช้ตัวตุ่น
เครื่องพิมพ์ (Printer) หมายถึงอุปกรณ์ที่ทำให้หัวร่อมิได้ร่ำไห้มิออก บางคนเรียก ตัวกินกระดาษโครงสร้างสำคัญของพรินเตอร์มีเพียง 3 ส่วน คือ หนึ่ง ฝาครอบ สอง ช่องป้อนกระดาษที่ติดขัดตลอดปี และสายไฟกะพริบสีแดงบอกว่าเครื่องพิมพ์ขัดข้องตลอดปีเช่นกัน นิสัยเฉพาะของพรินเตอร์คือ ไม่ชอบพิมพ์สิ่งที่สั่งให้พิมพ์ ชอบพิมพ์สิ่งที่เราไม่ได้สั่งให้พิมพ์ และดื้อด้าน ไม่ยอมหยุดเมื่อเราสั่งให้หยุด
หน่วยความจำหรือเมโมรี (Memory) ฟังจากชื่อ มันคือส่วนที่ฉลาดที่สุด แต่จากการกระทำมันโง่ที่สุด อะไรไม่ได้สักอย่างถนัดแต่โต้เถียงและชอบโยนความผิดให้อุปกรณ์ตัวอื่นที่ไม่มี ปากเสียง เมโมรีเป็นอาหารชั้นดีของไวรัส
นักเขียนโปรแกรม (Programmer) สมัยเรียนหนังสือ เขาคือเพื่อนของเรา คนที่ชอบเล่นเกมในห้องเรียน ใส่แว่นตาหนาเตอะ เกรด เฉลี่ยใกล้ๆสี่ ขี้งก หวงวิชา ไม่คบคน ไม่เล่นกีฬา เข้ากับเพื่อนไม่ได้ เลือกเรียนคอมพิวเตอร์เพราะไม่อยากคบมนุษย์ ดังนั้นเมื่อเขียนโปรแกรม จึงเป็นผลให้โปรแกรมกับผู้ใช้งานติดต่อกันไม่รู้เรื่อง
คู่มือการใช้เครื่อง (Reference Manual) วัตถุหนา เหมาะที่จะใช้รองใต้จอมอนิเตอร์ เพื่อยกจอให้อยู่ระดับสายตา ภาษาที่ใช้เขียนคู่มือ นิยมใช้ภาษาบาลีและขอม จึงต้องศึกษาทางธรรมมากๆจึงจะไม่คลุ้มคลั่งเวลาอ่าน
ช่องสัญญาณเข้าออก (Input/Output) หมายถึงช่องทางติดต่อระหว่างคนกับคอมพิวเตอร์ ช่องอินพุท คือ ช่องทางข้อมูลจากตัวเราไหลผ่านคีย์บอร์ดเข้าสู่คอมพิวเตอร์ นำข้อมูลที่พิมพ์อย่างบรรจง เว้นวรรค จัดรูปแบบ ตรวจทาน ทุ่มเทเวลาและกำลังงานเพื่อให้ข้อมูลเข้าสมบูรณ์พร้อม ส่วนช่องเอ๊าท์พุท คือ ช่องถ่ายข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ไปยังพรินเตอร์ ข้อมูลที่ออกมามักเป็นขยะ ตัว อักษรประหลาดที่จะทำให้คุณกระอักเลือดด้วยความแค้น
ความช่วยเหลือ(Help) ในทุกโปรแกรมจะมีช่องความช่วยเหลือกรณีที่คุณพบปัญหาในการทำงาน ช่อง Help จะช่วยทำปัญหา เล็กๆ ที่คุณสงสัยกลายเป็นปัญหาใหญ่ ช่วยให้คุณสับสน ขาดความมั่นใจหรืออาจทำให้เครื่องแฮงก์เพราะใช้ความจำเกินพิกัด
ผู้ใช้ (User) เป็นคำเรียกรวมๆ หมายถึงคนที่ถูกทรมาน มักมีอาการจ้องมองหน้าจออย่างไร้จุดหมาย แบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม คือ เริ่มต้น ปานกลางและเชี่ยวชาญ ระดับเริ่มต้น คือคนที่นั่งนิ่งๆหน้าจอ ไม่กล้ากดปุ่มใดๆเลย เพราะกลัวเครื่องจะพัง ระดับปานกลาง คือคนที่กดปุ่มไปเรื่อยจนเครื่องพัง ระดับผู้เชี่ยวชาญ คือคนที่ทำเครื่องของเพื่อนพังบ่อยๆ แต่ของตัวเองไม่เป็นไร
โปรแกรมรุ่นอัลฟา (Alpha) เป็นโปรแกรมทดสอบ ที่ผู้ผลิตลองวางตลาดเพื่อฟังข้อคิดเห็นจากผู้ใช้ อัลฟาเป็นภาษาละตินแปลว่า ไม่เคยทำงานได้ โปรแกรมรุ่นเบต้า (Bata) เป็นโปรแกรมทดสอบที่ออกหลังรุ่นอัลฟา โดยผู้ผลิตนำข้อคิดเห็นจากผู้ใช้รุ่นอัลฟาไปปรับปรุงใหม่ เบต้าเป็นภาษาละตินแปลว่า ก็ยังทำงานไม่ได้เหมือนเดิม
เป็นมิตรกับผู้ใช้ (User Friendly) ท่องไว้ในใจเสมอว่าไม่เคยมีมิตรแท้และศัตรูถาวรในวงการคอมพิวเตอร์และวงการเมือง O.o"
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)